โรงเรียนบ้านโคกยาง
เลขที่ 100 หมู่ที่ 2  ตำบลโคกยาง   อำเภอกันตัง  จังหวัดตรัง 92110
เบอร์โทรศัพท์ 075290232
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียน
ประวัติโรงเรียนบ้านโคกยาง
โรงเรียนบ้านโคกยาง เดิมชื่อ “โรงเรียนวัดโคกยาง”  เปิดทำการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2473 โดยใช้ศาลาโรงธรรมของวัดโคกยางเป็นสถานที่เรียน
                 พ.ศ. 2498 พระภิกษุด้วน จันทสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดโคกยาง ได้มอบที่ดินของวัดซึ่งตั้งอยู่ หมู่ที่ 2ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง (ที่ตั้งโรงเรียนในปัจจุบัน) จำนวนเนื้อที่ 18 ไร่ 1 งาน 75.50 ตารางวา กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรในตำบลโคกยางร่วมกันบริจาคเงินและแรงงานในการสร้างอาคารเรียนหลังใหม่แล้วย้ายนักเรียนมาเรียน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2500
                ต่อมาในปี พ.ศ.2506 นายเสริม โรจนไพบูลย์  ครูใหญ่โรงเรียนวัดโคกยางได้ขอเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนวัดโคกยาง เป็นโรงเรียนบ้านโคกยาง 
                พ.ศ.2512  องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง  ให้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ป 1 กซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังที่  2  ปี พ.ศ.2516  ได้ขยายชั้นเรียนจนถึงชั้นประถมปีที่ 7
                พ.ศ.2519 และ พ.ศ.2522  ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง  สร้างอาคารเรียนแบบ ป 1 ก หลังที่ 2 และ 3 ตามลำดับ 
               พ.ศ. 2534 นายพิเชฐ  อมรกุล อาจารย์ใหญ่ ได้ขอเปิดนำร่องขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
               พ.ศ.2535 ได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สร้างอาคารหลังที่ 4 (2 ชั้น) แบบ สปช. 105/29
               พ.ศ.2553 ได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสร้างอาคารอเนกประสงค์จำนวน 1 หลัง ในปีเดียวกันได้รับงบประมาณจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล ในโครงการ “เซ็นทรัลมุ่งพัฒนาการศึกษา” ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียน โรงอาหาร  ห้องส้วม  ห้องสมุด  ทำให้โรงเรียนบ้านโคกยางมีอาคารสถานที่สวยงามปลอดภัย เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ และให้บริการชุมชน
               พ.ศ 2554  นายรังษี  ณ นคร ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ขอขยายชั้นเรียนระดับปฐมวัยอีกครั้ง ทำให้โรงเรียนบ้านโคกยางจัดการศึกษา เป็น 3 ระดับ คือ ระดับปฐมวัย  ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น   
               พ.ศ.2557 นายพรชัย  ดาบทอง ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560นักเรียนโรงเรียนบ้านนาเหนือมาเรียนรวมและยุบรวมกับโรงเรียนบ้านโคกยาง ในปีการศึกษา 2561 ได้ขอเปิดชั้นอนุบาล 1
ในปีการศึกษา 2562 ทำให้โรงเรียนบ้านโคกยางมีการจัดการเรียนการสอนใน 3 ระดับคือ ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1-3 ระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับมัธยมต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และในปี พ.ศ.2563 ได้ของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สร้างอาคาร สปช.105/29 บันได 2 ข้าง จำนวน 1 หลัง
              พ.ศ.2563 นางบุษราภรณ์  ศรีรักษา  ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการที่โรงเรียนนี้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ได้ดำเนินการ ก่อสร้างอาคาร สปช.105/29 บันได 2 ข้าง จำนวน 1 หลัง จนแล้วเสร็จ สามารถเปิดใช้ได้ เมื่อ ปี พ.ศ. 2564
              พ.ศ. 2566 นายพลกฤต  หัสสะโร ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ตั้งแต่ วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566จนถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารเรียน ห้องน้ำอาคารอเนกประสงค์ ดำเนินการนโยบายสุขาดีมีความสุขและความปลอดภัยของสถานศึกษา ปรับปรุงสภาพแวดล้อมต่างๆและยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยเปลี่ยนหลักสูตร พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2568 ใช้สำหรับนักเรียนระดับปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น

 


แบ่งการบริหารงานออกเป็น 4 ฝ่ายดังนี้
1.ฝ่ายบริหารงานวิชาการ
2.ฝ่ายการบริหารงบประมาณ
3.ฝ่ายการบริหารงานบุคคล
4.ฝ่ายการบริหารงานทั่วไป
 
การเตรียมความพร้อมตามาตรการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.ด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา
มีการจัดครูเวรและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณหน้าประตูโรงเรียน การข้ามถนน ในช่วงเช้าและเย็น อีกทั้งมีคณะกรรมการสภานักเรียน เหล่าลูกเสือจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวก มีการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่เข้าและออกสถานศึกษาทั้งในและนอกเวลาราชการ รวมถึงการจัดอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยต่าง ๆ มาใช้ในสถานศึกษา
มีการจัดอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมโรงเรียนให้ปลอดภัย มุ่งเน้นให้เป็นสถานที่ปลอดภัย ดำเนินการตรวจสอบปรับปรุงประตูและรั้วโรงเรียน ติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบป้องกันอัคคีภัย การจัดระบบแสงสว่างที่เพียงพอทั้งภายในและภายนอกอาคารเรียน ปรับปรุงพัฒนาสนามกีฬาเครื่องเล่นให้ปลอดภัย พัฒนาห้องน้ำห้องส้วมให้ได้มาตรฐานรวมทั้งมีป้ายบอกต่างๆที่ชัดเจน มีโรงอาหารที่ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
มีการจัดรายการอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ บุคลากรที่ประกอบอาหารปฏิบัติตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข อุปกรณ์ประกอบและรับประทานอาหารมีความสะอาดและจัดเก็บเป็นสัดส่วน โรงเรียนจัดให้มีห้องพยาบาลและเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันพร้อมสำหรับการใช้งาน มีบริการน้ำดื่มที่สะอาด ผ่านมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขอีกทั้งยังงดจำหน่ายเครื่องดื่ม ขนมและเครื่องปรุงที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของนักเรียน
โรงเรียนมีแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติและวิธีการช่วยเหลือและแผนซักซ้อมนักเรียนอย่างเป็นระบบ มีการประชาสัมพันธ์และป้องกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับหน่วยงานทางราชการต่างๆ เพื่อขอรับความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ
จัดให้มีมาตรการคัดกรองเด็กทุกวันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่างๆ ส่งเสริมสร้างพฤติกรรมด้านอนามัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นรวมถึงการใช้สุขาที่ถูกสุขลักษณะ มีการให้ความรู้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคติดต่อในสถานศึกษา
ส่งเสริมการเป็นสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดทุกชนิด โดยการบูรณาการเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ในแต่ล่ะกลุ่มสาระ และโรงเรียนได้ร่วมมือกันกับทางผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจ สังเกต ค้นหา คัดกรอง ผ่านระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
การป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา เพื่อให้เป็นสถานศึกษาปลอดอาวุธ มีการเฝ้าระวังกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ส่งเสริมมาตรการป้องกันตรวจสอบและควบคุมการใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เป็นอันตราย และสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธในการก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักเรียนหรือบุคลากรในโรงเรียน รวมทั้งการฝึกทักษะการเอาตัวรอดให้กับครูและนักเรียนอย่างเข้มงวด โดยมีเครือข่ายจากภายนอกร่วมดำเนินการ
โรงเรียนมีการกำหนดแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ในสถานศึกษา และส่งเสริมการสร้างค่านิยมให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต่อต้านการพนันออนไลน์
 
 
2. การเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกัน
        โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียนในทุกปีการศึกษา จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการสอนซ่อมเสริม ทักษะเพิ่มเติมที่หลากหลายตามความถนัด ความสนใจ และเหมาะสมกับวัย ของผู้เรียน มีการพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง
        มีการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบแนะแนว การชี้แนะแนวทาง (Coaching) และการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมป้องกันและรับมือ เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตสุขภาพจิตในโรงเรียน ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน